เมื่อวันหยุดที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ตลาดน้ำอัมพวาบอกก่อนน่ะคับผมไม่เคยไปเที่ยวตลาดน้ำมาก่อน และความคิดที่มีอยุ่ในหัวเกี่ยวกับตลาดน้ำก็ออกไปทางสถานที่คนวุ่ยวายขายของกันไป แต่เมื่อไปถึงกลับกันโดยสิ้นเชิงที่นี่กลับเงียบสงบ ผมไปถึงเวลาประมาณบ่าย 2 โมง พอไปถึงก็ตรงไปยังที่พักที่จองไว้ ที่เราจะไปพักเป็นบ้านHome Stayทางเข้าของบ้านเป็นร้านขายของชำแบบโบราณ(ขนาดไหญ่ใช่ย่อยทีเดียว) เป็นร้านครอบครับจีนที่เปิดมานานและรักษารูปแบบเหล่านั้นไว้ เป็นร้านค่อนข้างไหญ๋ทีเดียวเราต้องเดินผ่านร้านเพื่อไปยังบ้านริมคลองที่ทำการจองเอาไว้ แต่ปรากฏว่าห้องเต็มเพราะป้าเค้าไม่แน่ใจว่าเราจะมาแน่เหรอเปล่า แต่ป้าเค้าใจดีบอกว่าเดี๋ยวเค้าจะให้บ้านที่เป็นบ้านHome Stayเหมือนกันให้กับเรา ระหว่างที่ป้าเค้าขับมอเตอร์ไซด์ออกไปยังบ้านไกล้เพื่อหาบ้านให้เรา ผมได้มีโอกาศเดินสัมผัสบรรยากาศริมคลองอัมพวา สิ่งที่ผมเห็นในบ่ายของวันนั้นคือ สิ่งแวดล้อมทีเงียงสงบมีบ้านไม้ชั้นเดียวริมคลองทอดยาวตลอดสองข้างทาง ไร้ซึ่งความวุ่ยวายของสังคมเมืองที่ผมได้เดินทางมา ลมตอนบ่ายเย็นๆกับความรู้สึกที่สงบอย่างนี้ผมไม่ได้รู้สึกมานานแค่ไหนแล้วน่ะ ผมออกเดินจากระเบียงหน้าบ้านริมน้ำของร้านขายของชำ เดินตรงไปข้างหน้าเรียบคลองไปเรื่อยๆ ฝั่งตรงข้ามคลองผมได้เห็นร้านขายน้ำชาในตำนาน(ในความคิดของผมน่ะ)เป็นร้านที่น่านั้งมาก หน้าร้านเป็นระเบียงติดริมคลองมีโตะให้นั้งทางกาแฟ 3- 4 โต๊ะมีแปะใจดีคอยบริการ ผมเดินต่อไปผ่านหน้าบ้านของยายคนนึงเค้ามีมะพร้าวน้ำหอมขาย มะพร้าวน้ำหอมๆเย็นๆหวานๆ ยายเค้าใจดีมากหลังจากผมได้ชิมยายเค้าก็ถามอย่างซื่อๆว่าหวานไหม
ผมรู้สึกถึงความใจดีของคนที่นี่ได้ที่ไม่ได้ถูกวัตถุเข้ามาทำลายระยะทางที่ผมเดินออกมาจากระเบียงหน้าร้านขายของชำมาจนสุดทางเท่าที่ผมจะเดินได้เป็นระยะทางที่นิดเดียวเอง แต่มันทำให้ผมรู้สึกอะไรหลายๆอย่าง ว่าอยากหาเวลาว่างๆมาอยุ่Home Stayที่นี่เอาหนังสือมาอ่านนั้งริมชานหน้าบ้าน ไม่ต้องคิดอะไรอยู่กับความเงียบสงบ เป็นที่ไกล้ๆกรุงเทพเป็นปั๊มน้ำมันเอาไว้มาเติมพลังงานเพื่อไปสู้กับงานและภาระที่เราต้องแบกเอาไว้ แต่น่าเสียดายการมาของผมครั้งนี้ไม่ได้ค้างเพราะว่าที่พักเต็มทุกแห่ง แต่เราก็อยู่กันจนเย็นเพื่อรอให้มีตลาดน้ำ ของที่ตลาดน้ำถูกมากก๊วยเตียวถ้วยล่ะ 10 บาท ขนมจีน 15 ข้าวต้ม 15 บาท ราคามันจะอยู่ที่ประมาณนี้(เหมือนอาหารตอนผมกินที่โรงเรียนตอนเรียนมัธยม) แม่ค้าเค้าจะพายเรือมาขายเราก็จะอยู๋ริมคลองซื้อขึ้นมากินบนบก(จริงๆอยากเช่าเรือไปนั้งกินบนเรือแต่ฝนมันลงดอกเลยอด) หลังจากกินข้าวเย็นกันอิ่มหนีพีมันกันแล้ว ไฮไลของงานคือนั้งเรือไปชมหิ่งห้อยแถวบ้านผมมันมีแค่ตัวสองตัวเองน่ะ เรานั้งเรือกันไปใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงจุดชมหิ่งห้อย สวยครับมันอยู่กันเต็มต้นลำพูเลย ตลอดสองข้างทางที่เรือเราขับผ่าน บอกตรงๆน่ะครับเหมาะก่ะการพาแฟนมาเที่ยวมา(โรแมนติกสุดๆๆ) แต่ผมไม่ได้ไปก่ะแฟนน่ะซิเลยเฉยๆชิ่วๆกันไป ใครสนใจไปเที่ยวกันได้น่ะครับ
การเดินทางคุณสามารถขับรถมาเองหรือว่านั้งรถขสมกก็ได้ครับ สำหรับรถขสมกเป็นรถขบวนพิเศษออกจากอู่สะแมดำนั้ง 68 บางลำถู สะแมดำไปลงที่อู่รถจะออกเวลาเที่ยง จะมีเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ ค่ารถประมาณ 245 บาท(รถค่าเรือไปชมหิ่งห้อยด้วยน่ะ) ออกเที่ยงกลับกรุงเทพเวลาประมาณ 20.30 จิงๆผมไม่ได้มาก่ะรถขสมกหรอกผมขับรถกันไปเอง แต่เห็นรถขสมกจอดรอรับผมอยุ๋ไกล้กับรถของพวกผม ผมเลยได้โอกาสเข้าไปถาม Blogเที่ยวนี้ออกจะยาวซ่ะหน่อยน่ะครับแต่รับรองว่าถ้าได้มีโอกาสไปเที่ยวแล้วคุณจะมีความรู้สึกดีๆเหมือนที่พวกผมไปกันมา ดึกแหละไปนอนดีกว่า
edit @ 2006/07/15 12:31:19